-->

วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

คำสั่ง SQL

1.สร้าง DATABASE
mysql > create database  <ชื่อdatabase>;
 เช่น        create database world;
2.สร้าง table
mysql > create table <ชื่อtable> (<ชื่อข้อมูล> <ชนิดข้อมูล>, ... );
 เช่น create table human (name VARCHAR(20), birth DATE, sex CHAR(1));
ชนิดข้อมูล เช่น
 VARCHAR(n) - ข้อมูลชนิด string เก็บแบบ linked list เหมาะสมกับข้อมูลที่มีความยาวที่ไม่แน่นอน
 CHAR(n) - ข้อมูลชนิด string เก็บแบบ array เหมาะสมกับข้อมูลที่มีความยาวที่แน่นอน
 INT - จำนวนเต็ม
 DATE - ข้อมูลชนิดพิเศษของ SQL ใช้เก็บวันที่ มีรูปแบบเป็น YYYY-MM-DD
3.การสืบค้นข้อมูล หรือการดูข้อมูล
 SELECT <สิ่งที่ต้องการ>
 FROM   <ชื่อtable>
 WHERE <เงื่อนไขอื่นๆ>
เช่นต้องการชื่อของข้อมูลในตาราง human ที่มีมีเพศชาย
 SELECT name
 FROM   human
 WHERE sex = ‘M’;
ต้องการดูข้อมูลทั้งหมดในตาราง human [* คือทั้งหมด]
 SELECT *
 FROM   human;
ซึ่งการกำหนดเงื่อนไขนั้นเราสามารถใช้ตัวแปรทางคณิตศาสตร์ตรรกะ มาช่วยได้เช่น
 AND และ
 OR หรือ
 < น้อยกว่า
 > มากกว่า
 <= น้อยกว่าหรือเท่ากับ
 >= มากกว่าหรือเท่ากับ
 <> ไม่เท่ากับ
 UNION การนำ 2 ตารางมาเชื่อมต่อกันตัดตัวซ้ำ
 UNION ALL การนำ 2 ตารางมาเชื่อมกันโดยไม่ตัดตัวซ้ำ
 INTERSECT ข้อมูลที่ซ้ำกัน
4. ORDER BY เรียงลำดับข้อมูล การจัดกลุ่มข้อมูล
เรียงลำดับจากมากไปน้อย (descending order)
เช่น SELECT *
 FROM   human
 ORDER BY name;
เรียงลำดับจากน้อยไปมาก (descending order)
เช่น SELECT *
 FROM   human
 ORDER BY name DESC;
ถ้าต้องการมากกว่าอันนึงก็ย่อมได้
เช่น SELECT *
 FROM   human
 ORDER BY name , sex DESC ;
แบบนี้จะจัดตามชื่อแบบ ascending ก่อนแล้วจะมาจัดเพศแบบ descending ทีหลัง
5.การใช้ตัวแปร NULL ในเงื่อนไข
 ใช้คำสั่ง xxx IS NOT NULL เช่นต้องการดูสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีเพศ
 SELECT *
 FROM   human
 WHERE sex IS NOT NULL;
6.การตั้งชื่อเป็นชื่อที่เราต้องการ
 หมายถึงเวลา select บางทีคนทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจว่าคืออะไร เราจึงมีคำสั่ง AS ช่วย เช่น
 SELECT name AS ‘NAME-SURNAME’
 FROM   human;
7.COUNT การนับจำนวน + GROUP BY การจัดกลุ่ม
 COUNT ใช้ในการนับจำนวนของตารางต่างๆ จะใช้คู่กับ GROUP BY ได้ดีเพราะจะช่วยในการจัดกลุ่มชุดข้อมูลได้ดีขึ้น
 SELECT <อื่นๆ> COUNT(*)
 FROM <ชื่อtable>
 WHERE <เงื่อนไข>
 GROUP BY <จัดกลุ่มโดยใช้อะไร>
เช่นต้องการนับจำนวนคนในแต่ละเพศ
 SELECT sex , COUNT(*)
 FROM   human
 GROUP BY sex;
SET การกำหนดตัวแปร
 SET @<ชื่อตัวแปร> = <ค่า>
 เช่น  SET @A1 = ‘Natsu Sencho’;
  SET @A2 = ‘1999-09-09’;
8.คำสั่งแบบหลายเงื่อนไข
Select  <filed_1 , filed_2 , … , filed_n  /  *  >
From  <Table_name>
Where  < condition-1 >
<And / Or >  <condition-2>  ;
And ให้ผลเหมือนการ  Intersection
Or ให้ผลเหมือนการ  Union
เช่น    Select * from work
                    Where proj_num = 15 ;  (เลือกข้อมูลการทำงานโครงการ 15)
Select * from work
                    Where hours  > 3 ;  (เลือกข้อมูลการทำงานที่มากกว่า 3 ชั่วโมง)
Select * from employee
                    where job = "Programmer"  ; (เลือกพนักงานที่เป็น Programmer)
9.คำสั่งแบบหลายเงื่อนไข
Select  <filed_1 , filed_2 , … , filed_n  /  *  >
From  <Table_name>
Where  < condition-1 >
<And / Or >  <condition-2>  ;
And ให้ผลเหมือนการ  Intersection
Or ให้ผลเหมือนการ  Union
เช่น select * from work
where proj_num  = 15   and hours  > 3 ;
(เลือกพนักงานที่ทำงานโครงการ 15 และทำงานมากกว่า 3 ชั่วโมง : ต้องอยู่โครงการ 15)
select * from work
where proj_num  = 15  or hours  > 3 ;
(เลือกพนักงานที่ทำงานโครงการ 15 หรือทำงานมากกว่า 3 ชั่วโมง : อาจทำงานอยู่โครงการอื่น)
10.คำสั่งที่มีการใช้งานหลายตาราง (join)
Select  <filed_1 , filed_2 , … , filed_n  /  *  >
From  <table_1 , table_2 , …, table_n>
Where  < condition-1 > ;
   1. ต้องมีการเชื่อม PK และ FK ของทั้งสองตารางเข้าด้วยกัน (Join)
   2.หากมี field ใดที่ชื่อซ้ำกันทั้งสองตาราง
          เมื่ออ้างถึง ต้อง ระบุชื่อตาราง ตามด้วยชื่อฟิลด์ เช่น
          work.emp_num หรือ employee.emp_num
เช่น Select  employee.emp_num , emp_name , hours
From    employee , work
Where  employee.emp_num = work.emp_num  ;
แสดงข้อมูลรหัสพนักงาน ชื่อพนักงาน และชั่วโมงทำงาน

 เนื่องจาก  ชื่อพนักงาน อยู่คนละตารางกับ ข้อมูลชั่วโมงทำงานจึงต้องมีการ join ตารางที่มีข้อมูลเข้าด้วยกัน)

ข้อสอบ O-NET วิชาคอมพิวเตอร์

1.)หน่วยควบคุมของคอมพิวเตอร์ เทียบได้กับส่วนใดของมนุษย์
ก.สมอง
ข.เส้นประสาท
ค.หัวใจ
ง.เส้นเลือด
2.)ประเทศไทย ได้นำคอมพิวเตอร์มาติดตั้งเป็นครั้งแรกเมื่อ
ก.พ.ศ. 2504
ข.พ.ศ. 2505
ค.พ.ศ. 2506
ง.พ.ศ. 2507
3.)ส่วนประกอบที่สำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ คือ
ก.Input, Process, Output
ข.OS, CPM, DOS
ค.Hardware, Software, Peopleware, Data
ง.Transistor, IC, VLSI
4.)การส่งผ่านข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ปัจจุบันเป็นแบบใด
ก.Digital
ข.Laser
ค.Analog
ง.Modem
5.)RAM มาจากคำว่า
ก.Read Access Memory
ข.Read - Add Memory
ค.Read Application Memory
ง.Random Access Memory
 6.)ข้อใดไม่ใช่ลักษณะของหน่วยความจำ
ก.ROM
ข.RAM
ค.PROMPT
ง.EPROM
7.)หน่วยความจำที่ผู้ใช้สามารถบันทึกเพิ่มเติมแก้ไขได้ คือ
ก.TERMINAL
ข.BIT
ค.ROM
ง.RAM
8.)หน่วยความจำแบบใด เมื่อปิดสวิทซ์แล้วข้อมูลจะหายไปถ้าไม่ทำการ SAVE ข้อมูลไว้
ก.CD-ROM
ข.EPROM
ค.RAM
ง.ROM
9.)ในปัจจุบันการส่งผ่านข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นแบบใด
ก.ANALOG
ข.DIGITAL
ค.CD
ง.DIRECT
10.)ผู้ประกอบอาชีพเป็นผู้พัฒนาเว็บไซต์ต้องเชี่ยวชาญความรู้
ด้านใดบ้างจากตัวเลือกต่อไปนี้.
ก.  ฮาร์แวร์คอมพิวเตอร์       ข.  ระบบปฎิบัติการ
ค.  เว็บเซิร์ฟเวอร์                   ง.  HTML
จ.  ระบบฐานข้อมูล                ฉ.  ภาษาจาวา(Java)
1.  ข้อ  ก และ ค                    2.  ข้อ    และ 
3.  ข้อ    และ                     4.  ข้อ    และ 

ที่มา :  http://www.trueplookpanya.com/examination/doexam/2785