กระทรวงศึกษาธิการจำเป็นที่จะต้องกล้ายอมรับความจริงที่ว่า สาเหตุของคุณภาพการศึกษาที่ตกต่ำมาตลอดในช่วงการปฏิรูปการศึกษา มีสาเหตุจากระบบประเมินคุณภาพการศึกษาแบบผิดๆ ไม่ใช่สาเหตุอื่น แล้วให้ดำเนินการปฏิรูปวิธีการประเมินคุณภาพการศึกษาเสียใหม่โดยยึดหลักการ "การประเมินที่ดีย่อมไม่สร้างภาระการประเมินแก่ผู้ถูกประเมิน" และให้มีวาระแห่งชาติ (ทางการศึกษา) ว่าด้วยการลดภาระการประเมิน อาจรณรงค์ด้วยคำสำคัญว่า "ครูต้องทำหน้าที่สอน" หลังจากทำตามมาตรการแล้วประเมินผลโดยให้ทำโพลล์สำรวจดัชนี "ภาระการประเมิน" ของ ครู/อาจารย์ ทุกสามเดือน สำหรับมาตรการที่จะต้องทำมีดังนี้
1. ให้เปลี่ยนรูปแบบการประเมินคุณภาพการศึกษา
-โดย ให้ยกเลิกการประเมินตนเองโดยสถานศึกษา เพราะที่ผ่านมา การประเมินตนเอง-กันเองได้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง
-ให้ สมศ. เป็นผู้ประเมิน
โดยใช้ดัชนีการประเมิน ชนิดผลลัพธ์จำนวนไม่เกิน 5 ดัชนีโดยใช้ดัชนีสำคัญที่ไม่สามารถสร้างหรือแต่งขึ้นได้โดยสถานศึกษา
ซึ่งที่ผ่านมาเราใช้ดัชนีจำนวนมากโดยหลายดัชนีไม่สำคัญจริงแต่ได้รับการให้
น้ำหนักเท่ากับดัชนีสำคัญทำให้คะแนนเฉลี่ยที่คิดออกมาไม่สอดคล้องกับความ เป็นจริง
(บางท่านอาจวิตกว่าจำนวนดัชนีเพียง 5 ดัชนีจะน้อยเกินไปและเกิดปัญหาเนื่องจาก สมศ.
ได้จัดเตรียมบุคลากรไว้สำหรับทำการประเมินจำนวนมาก
ผู้เขียนคิดว่าน่าจะแก้ปัญหานี้ได้
โดยเมื่อเราลดการประเมินตนเองของสถานศึกษาตามข้อ 1.1 แล้วก็จะมีงานบางงานที่ต้องการคนที่เข้าไปทำแทน
ตัวอย่างเช่นเรื่องประเมินความพึงพอใจของสถานประกอบการต่อสถานศึกษาก็ให้ใช้
บุคลากรเหล่านี้ ซึ่งเชื่อว่าทำได้เป็นกลางและข้อมูลถูกต้องกว่า)
-ให้ยกเลิกการประเมินคุณภาพภายในที่กำหนดโดยกระทรวงศึกษา เพราะที่ผ่านมาทางกระทรวงศึกษาได้ทำให้รูปแบบการประเมินภายในกลายสภาพไปซ้ำ
ซ้อนกับการประเมินภายนอกของ สมศ. ซึ่งเป็นงานฟอร์มใหญ่และเป็นทางการ
นับเป็นการสิ้นเปลืองโดยการสร้างงานเอกสารไม่จำเป็นสูงสุดเพราะทำให้สถาน
ศึกษาต้องจัดทำเอกสารและกิจกรรมเพื่อประเมินปีละไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งโดยไม่จำเป็น (การประเมินคุณภาพภายในควรจะเป็นเรื่องภายในจริงๆขององค์กร
โดยมีลักษณะง่ายๆ ไม่สิ้นเปลือง ไม่เป็นทางการ
และประเมินเฉพาะบางเรื่องที่อยากจะรู้)
ขอให้พิจารณาการจัดการศึกษาของประเทศจีนเป็นตัวอย่าง
กระทรวงศึกษาธิการจะให้โรงเรียนมีอิสระบริหารจัดการภายในกันเองค่อนข้างสูง
เพียงแต่ดำเนินตามกรอบแนวทางที่รัฐ และกระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ก็พอ
2. ยกเลิกการใช้เอกสาร มคอ. (รวมทั้งเอกสารประกันคุณภาพอื่นๆ
ประเภทเดียวกัน) ของกระทรวงศึกษาธิการ
เนื่องจากเป็นเอกสารที่ให้ทำโดยขาดความเข้าใจเรื่องประกันคุณภาพ
ทำให้สร้างภาระงานเอกสารโดยไม่จำเป็นแก่สถานศึกษา
3. ให้ประเมินการทำงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะของครูจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน แทนการประเมินจากเอกสารงานวิชาการ
อ้างอิง:https://blog.eduzones.com/poonpreecha/102034

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น