-->

วันอาทิตย์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

การแก้ไขปัญหาการศึกษาไทย

       
    กระทรวงศึกษาธิการจำเป็นที่จะต้องกล้ายอมรับความจริงที่ว่า สาเหตุของคุณภาพการศึกษาที่ตกต่ำมาตลอดในช่วงการปฏิรูปการศึกษา มีสาเหตุจากระบบประเมินคุณภาพการศึกษาแบบผิดๆ ไม่ใช่สาเหตุอื่น แล้วให้ดำเนินการปฏิรูปวิธีการประเมินคุณภาพการศึกษาเสียใหม่โดยยึดหลักการ "การประเมินที่ดีย่อมไม่สร้างภาระการประเมินแก่ผู้ถูกประเมิน" และให้มีวาระแห่งชาติ (ทางการศึกษา) ว่าด้วยการลดภาระการประเมิน อาจรณรงค์ด้วยคำสำคัญว่า "ครูต้องทำหน้าที่สอน" หลังจากทำตามมาตรการแล้วประเมินผลโดยให้ทำโพลล์สำรวจดัชนี "ภาระการประเมิน" ของ ครู/อาจารย์ ทุกสามเดือน สำหรับมาตรการที่จะต้องทำมีดังนี้
1.     ให้เปลี่ยนรูปแบบการประเมินคุณภาพการศึกษา
             -โดย  ให้ยกเลิกการประเมินตนเองโดยสถานศึกษา เพราะที่ผ่านมา การประเมินตนเอง-กันเองได้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริง
              -ให้ สมศ. เป็นผู้ประเมิน โดยใช้ดัชนีการประเมิน ชนิดผลลัพธ์จำนวนไม่เกิน 5 ดัชนีโดยใช้ดัชนีสำคัญที่ไม่สามารถสร้างหรือแต่งขึ้นได้โดยสถานศึกษา ซึ่งที่ผ่านมาเราใช้ดัชนีจำนวนมากโดยหลายดัชนีไม่สำคัญจริงแต่ได้รับการให้ น้ำหนักเท่ากับดัชนีสำคัญทำให้คะแนนเฉลี่ยที่คิดออกมาไม่สอดคล้องกับความ เป็นจริง (บางท่านอาจวิตกว่าจำนวนดัชนีเพียง 5 ดัชนีจะน้อยเกินไปและเกิดปัญหาเนื่องจาก สมศ. ได้จัดเตรียมบุคลากรไว้สำหรับทำการประเมินจำนวนมาก ผู้เขียนคิดว่าน่าจะแก้ปัญหานี้ได้ โดยเมื่อเราลดการประเมินตนเองของสถานศึกษาตามข้อ 1.1 แล้วก็จะมีงานบางงานที่ต้องการคนที่เข้าไปทำแทน ตัวอย่างเช่นเรื่องประเมินความพึงพอใจของสถานประกอบการต่อสถานศึกษาก็ให้ใช้ บุคลากรเหล่านี้ ซึ่งเชื่อว่าทำได้เป็นกลางและข้อมูลถูกต้องกว่า)
      -ให้ยกเลิกการประเมินคุณภาพภายในที่กำหนดโดยกระทรวงศึกษา เพราะที่ผ่านมาทางกระทรวงศึกษาได้ทำให้รูปแบบการประเมินภายในกลายสภาพไปซ้ำ ซ้อนกับการประเมินภายนอกของ สมศ. ซึ่งเป็นงานฟอร์มใหญ่และเป็นทางการ นับเป็นการสิ้นเปลืองโดยการสร้างงานเอกสารไม่จำเป็นสูงสุดเพราะทำให้สถาน ศึกษาต้องจัดทำเอกสารและกิจกรรมเพื่อประเมินปีละไม่ต่ำกว่า 2 ครั้งโดยไม่จำเป็น (การประเมินคุณภาพภายในควรจะเป็นเรื่องภายในจริงๆขององค์กร โดยมีลักษณะง่ายๆ ไม่สิ้นเปลือง ไม่เป็นทางการ และประเมินเฉพาะบางเรื่องที่อยากจะรู้) ขอให้พิจารณาการจัดการศึกษาของประเทศจีนเป็นตัวอย่าง กระทรวงศึกษาธิการจะให้โรงเรียนมีอิสระบริหารจัดการภายในกันเองค่อนข้างสูง เพียงแต่ดำเนินตามกรอบแนวทางที่รัฐ และกระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ก็พอ
2.     ยกเลิกการใช้เอกสาร มคอ. (รวมทั้งเอกสารประกันคุณภาพอื่นๆ ประเภทเดียวกัน) ของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากเป็นเอกสารที่ให้ทำโดยขาดความเข้าใจเรื่องประกันคุณภาพ ทำให้สร้างภาระงานเอกสารโดยไม่จำเป็นแก่สถานศึกษา
3.     ให้ประเมินการทำงานเพื่อเลื่อนวิทยฐานะของครูจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน แทนการประเมินจากเอกสารงานวิชาการ

อ้างอิง:https://blog.eduzones.com/poonpreecha/102034
                                                                                                                                                            


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น